สวัสดีครับมาพบการรีวิวอุปกรณ์ IT เด็ดๆ กับเออาร์ไอพีกันอีกแล้วนะครับ สำหรับวันนี้ถึงคิว LG Optimus 3D ที่ทางเออาร์ไอพีต้องขอขอบคุณทาง LG ประเทศไทย ที่เอื้อเฟื้ออุปกรณ์มาให้เราได้ทดสอบความแรงกัน ส่วนตัว Optimus 3D ตัวนี้ จะน่าสนใจอย่างไร เราไปเริ่มกันเลยดีกว่าครับ
รูปลักษณ์ภายนอก
เมื่อทางทีมงานเออาร์ไอพีได้รับเครื่องมา ต้องยอมรับจริงๆว่า Optimus 3D ตัวนี้ บางและเบากว่าที่คิดไว้จริงๆ โดยความหนาจะอยู่ที่ 11.9 มิลลิเมตร และน้ำหนักเพียง 168 กรัม ส่วนหน้าจอมาพร้อมกับหน้าจอที่มีขนาดถึง 4.3 นิ้ว วัสดุของตัวเครื่องนั้น ทำมาจากพลาสติก แต่มีการเคลือบสีที่ดูเหมือนเป็นอลูมิเนี่ยม ซึ่งเป็นข้อดีที่ทำให้ตัวเครื่องดูสวยงามแต่มีน้ำหนักเบา เมื่อพลิกดูด้านหลังจะพบกับช่องลำโพง เลนส์สองเลนส์ และหลอดไฟLED Flash เมื่อเปิดฝาหลังออก จะพบแบตเตอรี่ Li-Ion 1500 mAh ขนาดประมาณ 2x2 นิ้ว ส่วนด้านบนจะเป็นช่องสำหรับใส่ Micro-SD การ์ด และถัดลงมาก็คือช่องสำหรับใส่ซิมขนาดมาตราฐาน
ด้านการเชื่อมต่อและปุ่มต่างๆ เริ่มจากมุมบนของตัวเครื่อง ประกอบด้วยรูสำหรับหูฟัง ขนาด 3.5 มิลลิเมตร ถัดมาคือปุ่มสำหรับเปิด-ปิดและล็อคตัวเครื่อง ด้านขวาคือปุ่มสำหรับปรับระดับเสียงขึ้นและลง ถัดลงมาคือปุ่ม Hot-Key เพื่อเข้าสู่แอพพลิเคชั่น 3D Space ซึ่งถือเป็นจุดขายของ Optimus 3D ส่วนด้านขวาของตัวเครื่องประกอบด้วยพอร์ต Micro USB และ Mini HDMI ส่วนด้านล่างของตัวเครื่องมีรูเล็กๆสำหรับไมโครโฟน ถัดขึ้นมาที่อยู่ใต้หน้าจอคือปุ่มเรืองแสงระบบสัมผัส 4 ปุ่ม โดยเรียงจากซ้ายไปขวา ได้แก่ Sub-Menu, Home, Back และSearch ถัดขึ้นไปเหนือจอข้างๆโลโก้ ประกอบด้วยเซ็นเซอร์สำหรับวัดแสงเพื่อปรับสมดุลของจอภาพเมื่ออยู่ในสถานที่ที่มีความเข้มแสงแตกต่างกัน (Ambient light) และเซ็นเซอร์เปิด-ปิดหน้าจออัตโนมัติเมื่ออยู่ในโหมดสนทนา (Proximity) และสุดท้ายคือกล้องสำหรับด้านหน้าตัวเครื่องนั่นเอง
หูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร และปุ่มเปิดเครื่อง-ปิดเครื่อง, ล๊อคและปลดล๊อค
ด้านขวาของตัวเครื่อง ปุ่มปรับระดับเสียง และ 3D Hot-Key
จากซ้ายไปขวา คือปุ่ม Sub-Menu, Home, Back, Search
ส่วนบนของหน้าจอประกอบด้วย ลำโพง, เซ็นเซอร์วัดแสง-เซ็นเซอร์ Proximity และ กล้องหน้า VGA
ด้านล่างของตัวเครื่องคือรูสำหรับรับเสียงสู่ไมโครโฟน
ด้านซ้ายคือ Port Micro USB และ Mini HDMI
จุดเด่น
หากพูดถึงจุดเด่น แน่นอนว่า ชื่อรุ่น Optimus 3D ก็บ่งบอกแล้วว่ามีคุณสมบัติ 3 มิติ แบบเต็มรูปแบบ ซึ่งส่วนที่เห็นได้อย่างแรกก็คือหน้าจอแบบทัชสกรีน Capacitive 16 ล้านเฉดสี ขนาด 4.3 นิ้ว ความละเอียดอยู่ที่480x800 พิกเซล ซึ่งสามารถแสดงผลเป็นภาพ 3 มิติ ได้โดยใช้เทคโนโลยี Parallax barrier โดยการนำภาพ 3มิติแบบ Stereocopic แยกเข้าสู่ตาซ้าย และขวา ผ่านเลนส์ชนิดพิเศษที่อยู่บนหน้าจอ เพื่อให้เกิดภาพ 3 มิติขึ้น โดยที่ไม่จำเป็นต้องสวมแว่นตา ซึ่งทางเออาร์ไอพีได้ทดลองมองจากมุมต่างๆถือว่ามุมมองกว้างพอสมควร นอกจากนั้น Optimus 3D ยังมาพร้อมกับกล้องด้านหลังถึงสองเลนส์ เพื่อรองรับการถ่ายภาพและวิดีโอ 3 มิติ โดยความละเอียดของภาพนิ่งมีความละเอียดถึง 5 ล้านพิเซล (2592x1994 พิกเซล) มีระบบ Auto Focus และLED Flash ส่วนการบันทึกภาพวิดีโอ เมื่อบันทึกในโหมด 2 มิติ จะได้ภาพวิดีโอระดับ Full HD ที่ 1080p เฟรมเรทอยู่ที่ 24fps และ 720p ด้วยเฟรมเรทที่ 30 fps ในโหมดการบันทึกแบบ 3 มิติ
รองรับไฟล์ภาพ 3 มิติ ด้วยไฟล์ระดับ Full HD 1080p
กล้องหลังความละเอียด 5 ล้านพิกเซล สองเลนส์ และจุดสีเหลืองตรงกลางคือ LED Flashlight
สามารถถ่ายภาพวิดีโอที่ความละเอียด 1080p (สำหรับโหมด 2D) และ 720p (สำหรับโหมด 3D)
ประสิทธิภาพ
Optimus 3D มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android Froyo 2.2 และเสริมเอกลักษณ์จาก LG ด้วย LG UIนอกจากความสามารถมัลติมีเดียแบบ 3 มิติแล้ว ด้านสมรรถนะก็ถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทาง LG ภูมิใจเสนอ โดยให้นิยามว่า “tri-dual” คือมาจากเทคโนโลยี Dual-Core, Dual Channel, Dual Memory หลักการทำงานก็คือ การที่ CPU แบ่งการทำงานออกเป็น 2 Core โดยสามารถประมวลผลข้อมูลและส่งกลับไปยัง Memory ที่แบ่งการทำงานออกเป็นสองส่วนเช่นกัน ทำให้ได้ประสิทธิการประมวลผลของเครื่องที่เพิ่มขึ้น อธิบายแบบนี้อาจจะไม่เห็นภาพ ทาง LG จึงทำวิดีโออธิบายเพื่อให้เข้าใจง่ายๆ รับชมได้ทางด้านล่างนี้เลยครับ
จากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้จากที่ทางทีมงาน ARiP ได้ทดลอง Benchmark แล้วพบว่า LG Optimus 3Dได้คะแนนถึง 2400 เลยทีเดียว
ฟีเจอร์ที่มาพร้อมกับเครื่อง
นอกจากที่กล่าวมาทั้งหมดแล้ว ทาง LG ยังได้รองรับความสามารถมัลติมีเดีย 3 มิติ ด้วย 3D Space คือ แอพพลิเคชั่น ที่เป็นศูนย์กลาง รวมเอา Content 3D ต่างๆไว้ในที่เดียว ได้แก่ เกมส์ แอพพลิเคชั่น, Gallery, กล้อง, Youtube ซึ่งทาง LG ได้จับมือกับ Gameloft ติดตั้งเกม 3 มิติ มาในเครื่อง 3เกม คือ Asphalt 6 : Adrenaline, N.O.V.A. – Near Orbit Vanguard Alliance และ Let’s Golf! 2 และยังเปิดให้บริการดาวน์โหลดเกมฟรี ถึง 14เกมด้วยกัน ทำให้วางใจได้ว่าจะมี content แบบ 3 มิติให้ได้เล่นกันอย่างแน่นอน
คงต้องยอมรับกันจริงๆนะครับว่าเทคโนโลยี 3 มิติ เริ่มร้อนแรงสุดๆตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา ผู้ผลิตแต่ละเจ้ามีการแข่งกันกันสูงมาก ซึ่ง LCD-LED TV ก็มีให้เห็นกันอย่างแพร่หลาย โดย LG ถือเป็นอีกเจ้าหนึ่งที่ลงมาเล่นกับตลาด 3 มิติด้วยเช่นกัน ครั้งนี้ LG ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านภาพ 3 มิติ ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ซึ่งถือว่าเป็นการเปิดโลก 3 มิติ โดยไม่จำเป็นต้องรับชมกันอยู่ในบ้านอีกต่อไป อีกทั้งเทคโนโลยีที่ใช้ก็สะดวกต่อชีวิตประจำวัน เพราะไม่จำเป็นต้องพกแว่นตาเพื่อรับชมภาพ 3 มิติ ทำให้สามารถรับชมได้ทุกที่ทุกเวลา ซึ่งถือว่าคุณภาพที่ออกมาทำได้อย่างดีเยี่ยม แล้วคุณผู้อ่่านล่ะครับ อยากพบกับประสบการณ์ 3 มิติแบบนี้ในมือคุณบ้างไหมครับ?
| เครือข่าย | |
| 2G Network | GSM 850/900/1800/1900 |
| 3G Network | HSDPA/HSUPA: 900/1700/1900/2100 |
| ขนาด | |
| 128.8 x 68 x 11.9 มิลลิเมตร |
| น้ำหนัก | 168 กรัม |
| หน้าจอ | |
| ชนิดของหน้าจอ |
|
| ขนาด |
|
| CPU | Dual-core 1GHz TI OMAP4 processor |
| เกณฑ์การให้คะแนน | คะแนน (จากคะแนนเต็ม 10) | คะแนนรวม (จากคะแนนเต็ม 10) |
| รูปลักษณ์ | 9.5 | 9.25 |
| ประสิทธิภาพ | 10 | |
| แอพลิเคชั่น/ซอฟท์แวร์ | 8.5 | |
| ฟีเจอร์เด่น | 9 |
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น